
CL ย่อมาจาก Compulsory Lisensing คือ การบังคับใช้สิทธิเหนือสิทธิบัตร ซึ่งเป็นมาตรการทางกฎหมายของไทยที่บัญญัติไว้ใน พระราชบัญญัติสิทธิบัตร พ.ศ. 2522 ส่วนที่ 5 การใช้สิทธิตามสิทธิบัตร มาตรา 45-52
สิทธิบัตร (patent) คือ เอกสารสิทธิที่รัฐออกให้แก่ผู้ลงทุนวิจัยและพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทางอุตสาหกรรม โดยรัฐให้สิทธิผูกขาดการผลิต นำเข้า จำหน่าย หรือประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์นั้น 20 ปีนับแต่วันยื่นจดสิทธิบัตร โดยมีเจตนารมณ์เพื่อเป็นสิ่งตอบแทนให้กับผู้คิดค้นนวัตกรรม ซึ่งเป็นการกระตุ้นให้เกิดการประดิษฐ์สิ่งต่างๆ มากขึ้น แต่ปัญหาที่เกิดกับสิทธิบัตรยา คือ ยาใหม่ๆ จะมีราคาแพงมาก เนื่องจากต้องซื้อยาจากบริษัทข้ามชาต ิซึ่งเป็นผู้ทรงสิทธิบัตรเท่านั้น เป็นเวลาอย่างน้อย 20 ปี
ประเทศไทยได้ประกาศใช้ CL กับยา 3 รายการคือ ยา efavirenz ยา lopinavir+ritronavir หรือที่รู้จักกันในชื่อ Kaletra ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสเอดส์สูตรดื้อยา และยา Plavix (clopidogrel) สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจ เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2549 ซึ่งการกระทำของรัฐบาลไทยเป็นไปตามมาตรา 51 ของ พรบ.สิทธิบัตร c]tป็นไปตามข้อตกลงที่ประกาศ ณ กรุงโดฮา (Doha Declaration on TRIPs and Public Health) ภายใต้องค์การการค้าโลก หรือ WTO ที่กำหนดว่าประเทศสมาชิก มีสิทธิกำหนดเหตุผลและเงื่อนไข การบังคับใช้สิทธิตามสิทธิบัตรด้วยตนเอง
ผลดีในการประกาศ CL ยานั้น
1.ได้ใช้ยาราคาถูกลงอย่างมากทำให้ประชาชนที่ต้องการใช้ยามีโอกาสได้เข้าถึงยามากขึ้นยาที่ประกาศใช้ทั้ง 3 ตัวราคาถูกลงมาก โดย Efavirenz จากเดือนละ 1,300 บาท เหลือเดือนละ 650 บาท Lopinavir/Ritonavir จากเดือนละ 6,000 บาท หรือปีละ 7,200 บาท หากต้องให้ยา 50,000 คน จะประหยัดงบประมาณปีละ 3,600 ล้านบาทเลยทีเดียว และ Clopidogrel จากราคาเม็ดละกว่า 70 บาท เหลือเพียงเม็ดละไม่เกิน 10 บาท ยามะเร็งราคาถูกลงอย่างมากทำให้สานต่อโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคดำเนินต่อไปได้โดยที่รัฐบาลประหยัดเงินตราได้ไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี
2.ส่งผลให้สหรัฐอเมริกาหวั่นไหวเกรงว่าประเทศอื่นๆ จะทำอย่างที่ประเทศไทย
3.ประชาคมโลกชื่นชมการทำ CL ยาของประเทศไทยในการการทำ CLยาเนื่องจาก เป็นการทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ โดยมีวัตถุประสงค์ให้ประชาชนเข้าถึงยาที่จำเป็นทุกคน โดยไม่หวังผลทางการค้า

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น